[X-Shot] Being so close [NN.N]

[คัดลอกลิงก์]
ดู: 912|ตอบกลับ: 11

:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:38:11 | ดู: 912| ตอบกลับ: 11
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย panchie001 เมื่อ 2018-2-24 01:39

– What hurts the most –


           ท่ามกลางเสียงเม็ดฝนที่หล่นโปรยปรายลงมากระทบยังหน้าต่างและหลังคาบ้านดังเปาะแปะ ภายในตัวบ้านนั้นมีหญิงสาวผมหน้าตาออกไปทางไทยๆ กรอบหน้าคมและมีผิวสีน้ำผึ้งนั่งอยู่ริมระเบียงชั้นสองซึ่งถูกกั้นระหว่างด้านในและด้านนอกเอาไว้ด้วยบานกระจกใส ดวงตาของหล่อนหรี่ลงเล็กน้อยด้วยนึกเหนื่อยหน่ายใจ ทอดมองออกไปนอกกระจกนั้นอย่างเลื่อนลอย สายน้ำค่อยๆไหลผ่านบานกระจกใส ซึมลงไปจนลับสายตา เสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆเป็นรอบที่สิบของวันแล้วเห็นจะได้ ก่อนที่หล่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างอ่อนแรง ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง
         
          เมื่อก่อน…บ้านหลังนี้เคยมีคนอาศัยอยู่สองคน
          ทว่าตอนนี้กลับเหลือเพียงหนึ่ง
         
          'น้ำหนึ่ง’ นั่นคือชื่อของหญิงสาวผู้ซึ่งนั่งเหม่ออยู่ริมหน้าต่าง หล่อนเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ตอนนี้ก็เป็นเพียงพนักงานกินเงินเดือนทั่วๆไป เธอทำงานทางด้านออกแบบกราฟฟิกให้กับบริษัท ไม่ได้มีตำแหน่งพิเศษอะไรนอกเหนือจากนั้น บ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านที่อาศํยอยู่กับพ่อแม่ก่อนที่พวกท่านจะเสียไปเพราะอุบัติเหตุ น้ำหนึ่งอยู่ด้วยตัวคนเดียวมาตั้งแต่นั้น ถามว่าหล่อนเศร้าเรื่องบุพการีทั้งสองมั้ย ก็คงต้องตอบว่ามาก แต่ชีวิตคนเรา มีเกิดก็ต้องมีดับสูญ ไม่มีสิ่งใดคงอยู่ตลอดไปในโลกใบนี้ สิ่งที่เธอทำได้ก็เพียงแค่ยอมรับมันและใช้ชีวิตไปตามปกติ
      
          จนกระทั่งได้เจอกับเธอ
          'เนย’


:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:41:18
          ครั้งแรกที่พวกหล่อนเจอกัน เห็นจะเป็นตอนน้ำหนึ่งเข้ามาทำงานได้ซักพักแล้ว หญิงสาวอีกคนนั้นทำงานอยู่แผนกเดียวกับมิลิน แม้ว่างานหลักๆจะเป็นทางด้านกราฟฟิก แต่บางทีกานต์ธีราก็มักจะถูกแผนกบัญชีเรียกตัวไปอยู่บ่อยครั้ง ด้วยหล่อนเป็นคนที่หัวไวด้านคณิตศาสตร์และการคำนวณ(น้ำหนึ่งเคยคิดว่าทำไมหล่อนถึงไม่เลือกบัญชีแทนที่จะเป็นกราฟฟิก) เพราะฉะนั้นพวกเธอเลยเจอกันในฐานะเพื่อนร่วมงาน ในบริษัทมีแผนกใหญ่ๆซึ่งครอบคลุมการทำงานทั้งบริษัทอยู่สามแผนก B N และ K นั่นทำให้น้ำหนึ่งค่อนข้างสงสัยว่าทำไมไม่มีเพิ่มไปอีกซักสองแผนก เพิ่ม 4 กับ 8 ไปก็กลายเป็นวงไอดอลชื่อดังในตอนนี้ได้แล้ว… แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป สามแผนกนี้ยังสามารถแบ่งส่วนการทำงานยิบย่อยไปได้อีกหลายส่วน

          โต๊ะทำงานของหญิงสาวทั้งสองคนติดกัน  ทำให้พอได้พูดคุยกันบ้างในคราวแรกแม้ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันเท่าไหร่ก็ตาม แต่ด้วยระยะเวลาที่ทำงานด้วยกันนั้นเริ่มนานขึ้นเรื่อยๆ เลยส่งผลให้ทั้งคู่สนิทกันไปโดยปริยาย แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เนยคนเดียวที่น้ำหนึ่งสนิทด้วย ยังนับเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆด้วย อย่างเช่น จิ๊บ หล่อนอายุน้อยกว่าน้ำหนึ่ง เวลาว่างๆมักจะแอบบอสเล่นเกมR*Vอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ระหว่างนั้นคนในแผนกต้องคอยเป็นหูเป็นตากันให้จ้าละหวั่น กลัวบอสเดินมาเจอเข้าแล้วจิ๊บจะแย่ไปเสียก่อน

          แต่ก็ถือเป็นอะไรที่สร้างสีสันให้ชีวิตสีเทาหม่นๆของมิลินได้เป็นอย่างดี

          กานต์ธีรานั้น แรกเริ่มเดิมทีหล่อนจะชอบไปเขม่นคนจากแผนกอื่น สาวผิวสีน้ำผึ้งไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไม โดยเฉพาะ‘พี่แก้ว’กับ‘น้องแจน’นี่แหละที่คนตัวเล็กเล็งเอาไว้เป็นพิเศษ พุ่งไปกัดได้หล่อนคงพุ่งไปแล้ว(แต่รู้สึกว่าเนยจะค่อนข้างสงบเสงี่ยมเวลาน้ำหนึ่งนั่งมองอยู่ด้วย) เวลามีคนจากสองแผนกนู้นมาส่งเอกสารก็ชอบปั้นหน้านิ่งๆพูดเสียงเรียบๆ ฟังแล้วน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก แต่พอคนจากสองแผนกนั้นออกไปแล้วก็กลับมาทำสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิม เขาล่ะไม่เคยเดาอารมณ์หล่อนได้เลยจริงๆ คนอะไร อารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าอากาศประเทศไทย

          "คุณหมี วันนี้แวะร้านกาแฟใต้ออฟฟิศได้มั้ยคะ? ” หล่อนพูดขึ้นขณะที่ทั้งคู่กำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ทีแรกน้ำหนึ่งบอกว่าจะทำโอทีต่ออีกนิด ทว่าหญิงสาวที่นั่งข้างๆนั้นไม่ยอม งอแงจะลากเธอกลับบ้านด้วยกันให้ได้ เลยต้องปล่อยเลยตามเลย ทำไมน้ำหนึ่งจะไม่รู้ล่ะว่าจริงๆแล้วเนยเป็นคนขี้เหงาขนาดไหน กลับบ้านคนเดียวยังกลับไม่ได้เลย(ก่อนหน้าที่จะเจอกับเธอ เนยมากับเพื่อนสนิทที่อยู่อีกแผนก)

          คุณหมี เป็นชื่อที่เนยตั้งให้เพราะหล่อนบอกว่าเธอหน้าเหมือนหมี ซึ่งมิลินก็ว่าตัวเองไม่ได้เหมือนหมีมากขนาดนั้นซักหน่อย แค่มีขีดๆที่แก้มเฉยๆเอง แต่ก็ยอมตามใจอีกฝ่ายไป ความจริงตัวเองนั้นค่อนข้างพอใจกับชื่อคุณหมีนี้พอสมควร

          "หือ? ได้สิ” ตอบรับพลางส่งยิ้มบางๆไปให้ มือแตะแนบแก้มนุ่มๆของหญิงสาวผมสีเข้มก่อนออกแรงบีบมันเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว ทำไมถึงได้น่าฟัดอย่างนี้กัน…มันจะมากไปแล้วนะ คุณกานต์ธีรา

:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:42:41
          พวกหล่อนทั้งสองคนกลับบ้านทางเดียวกัน มิลินเพิ่งมารู้ว่ากลับทางเดียวกันเพื่อนร่วมงานก็ตอนที่เห็นหล่อนเดินอยู่ข้างหน้า หลังจากนั้นจึงชวนกลับด้วยกันตลอด เนยต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีใกล้ๆบ้านของน้ำหนึ่ง บ้านของหญิงสาวอีกคนอยู่ไกลจากบริษัทอยู่พอสมควร จะมาทำงานทีต้องตื่นเช้ากว่าเพื่อนสนิทอย่างน้ำหนึ่งอยู่มากโข และนั่นให้ให้คนตัวสูงกว่าเอ่ยปากถาม
          “ถ้าไม่รังเกียจ..เนยมาอยู่กับเรามั้ยล่ะ?” หลังพูดจบเธอแทบกลั้นหายใจ ไม่รู้อีกฝ่ายเขาจะปฏิเสธหรือเปล่า ถึงจะสนิทกันก็จริง แต่ใช่ว่าเนยจะยอมมาอยู่ร่วมชายกับเธอนี่นา
          ฝั่งคนที่โดนถามนั้นเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าคำเชิญชวนแบบนี้จะหลุดออกมาจากปากของน้ำหนึ่ง เพราะเธอรู้มาว่าเขาเป็นคนค่อนข้างหวงพื้นที่ส่วนตัว แต่ก็พอเดาเหตุผลที่เพื่อนคนนี้ชวนให้ไปอยู่บ้านเดียวกันได้อยู่บ้างนั่นแหละ กานต์ธีราลอบเม้มริมฝีปากอย่างชั่งใจ อยากไปก็อยาก แต่ที่บ้านก็มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วย เธอกลัวพวกท่านเหงานี่สิ.. หัวคิ้วกดลงเล็กน้อยเมื่อสมองกำลังแล่นปราดหาทางออกสำหรับปัญหานี้ จนในที่สุดก็ได้คำตอบ
          ไว้ให้โมบายล์ดูแลคุณพ่อกับคุณแม่แทนแล้วกัน..
          แล้วจึงตอบกลับน้ำหนึ่งไป
          “อื้อ เอาสิคะ”
◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇
          หลังจากตกปากรับคำว่าจะมาอยู่ด้วย เนยก็กลับบ้านไปเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นโดยมีมิลินตามไปช่วยยกของมาด้วย ในส่วนของห้องนั้น น้ำหนึ่งให้เนยใช้ห้องข้างๆห้องนอนของเธอ เดิมทีมันเป็นห้องของพ่อกับแม่ที่เสียไป หล่อนเห็นว่าไม่มีคนใช้มานานจึงเข้าไปทำความสะอาดเพื่อเตรียมต้อนรับเจ้าของห้องคนใหม่ ความจริงแล้วชั้นล่างนั้นมีห้องไว้สำหรับรับแขกอีกห้อง แต่เธอคิดว่าให้เนยนอนห้องข้างๆคงดีกว่า เวลามีอะไรจะได้เรียกกันง่ายๆ
          พอจัดการอะไรๆให้เข้าที่เข้าทางได้แล้วชีวิตก็เหมือนจะดำเนินไปได้ด้วยดี พวกหล่อนตื่นไปทำงานพร้อมกัน กลับบ้านพร้อมกันจนโดนเพื่อนร่วมงานแซวบ้างเป็นบางครั้ง ทว่าคนทั้งคู่ดูไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะเป็นเรื่องปกติของคนอยู่บ้านเดียวกันอยู่แล้วที่จะมาทำงานด้วยกัน จะเปลืองค่ารถทำไมตั้งสองรอบล่ะ จริงมั้ย?
          จนกระทั่งความรู้สึกเล็กๆในใจเริมผลิบานมากขึ้นทุกทีๆ


:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:43:55
          ความจริงมิลินรู้สึกถึงมันมานานแล้ว แต่หล่อนไม่ได้เก็บมันมาสนใจเท่าไหร่นัก คิดว่าอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกชั่ววูบเท่านั้น หรือไม่ก็เพราะสนิทกับเนยมากเลยทำให้เธอเผลอคิดแบบนั้นออกไป เดี๋ยวไม่นานคงลืมไปเอง กระนั้นแล้ว ยิ่งนานเท่าไหร่ ความรู้สึกนี้ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นทุกวัน ไม่มีวันไหนที่ลดลงไปเลยซักวันเดียว นั่นทำให้น้ำหนึ่งค่อนข้างลำบากใจทีเดียว
          “ปัญ พรุ่งนี้ไปเที่ยวหลังเลิกงานกัน!”
          เสียงอันแสนคุ้นหูดังใกล้ๆอยู่นี้เอง เรียกร้องความสนใจให้หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีอ่อนซึ่งตอนนี้มัดรวบเอาไว้เป็นหางม้าต่ำๆซึ่งกำลั่งวุ่นวายอยู่กับงานกราฟฟิกในคอมพิวเตอร์ช้อนดวงตาภายใต้กรอบแว่นขึ้นมองอย่างเสียไม่ได้ คิ้วเรียวแอบขมวดลงเล็กน้อยก่อนคลายลงโดยที่คนอื่นไม่ทันได้สังเกต เจ้าตัวยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองกดหัวคิ้วลงและแสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจออกมา ลอบกัดเม้มริมฝีปากด้วยความตรึงเครียด
          เธอกำลังหวง
          หวง…หญิงสาวที่เธอไม่มีสิทธิ์ในตัวคนนั้น
          มองไปแล้วก็เห็นกานต์ธีรากำลังคุยอยู่กับหัวหน้าแผนกBอยู่ตรงหน้าประตูห้องแผนก เหมือนหล่อนจะมาส่งเอกสารให้ด้วยตัวเอง ต่างจากอย่างทุกทีที่มักให้เจนมาส่ง และตรงนี้นี่เองที่ทำให้น้ำหนึ่งค่อนข้างตะหงิดใจ ปกติเนยเขม่นคนจากแผนกนี้จะตายไป แต่ไหงกับหัวหน้าแผนกคนนี้ กับ ‘ปัญสิกรณ์’ หล่อนถึงได้คุยอย่างสนิทสนมขนาดนั้น คิดไปคิดมาแล้วก็ปวดหัว มิลินจึงก้มหน้าก้มตาลงทำงานต่อด้วยท่าทางไม่สนใจ ทว่าหูยังคงฟังบทสนทนาที่ประตูห้องอยู่ ไม่พลาดซักประโยคเดียว
          “พี่เนยชวนแบบนี้ มีหรอปัญจะปฏิเสธ? พรุ่งนี้พี่เลิกงานเร็วใช่มั้ยล่ะ? ไว้เดี๋ยวปัญมารับนะ”
          “โอเค พี่จะได้บอกน้ำหนึ่งไว้ก่อนว่าไม่ต้องรอ”
          พอมีชื่อตัวเองถึงได้ชะงักกึก ความจริงไม่ต้องบอกก็ได้มั้ง.. เพราะตอนนี้คนที่ถูกพาดพิงก็ได้ยินไปเต็มๆแล้ว เสียงถอดถอนลมหายใจเบาๆเป็นสิ่งบ่งบอกถึงความไม่สบายใจของมิลินได้เป็นอย่างดี ปกติเนยไม่ค่อยออกไปเที่ยวกับคนอื่นเท่าไหร่ เวลาว่างๆในวันหยุดหล่อนมักขลุกอยู่กับเธอ  แต่พักนี้กลับเริ่มตัวติดกับปัญสิกรณ์และตีตัวออกห่างจากน้ำหนึ่ง คล้ายว่าเริ่มมีกำแพงใสบางๆถูกสร้างขึ้นมาระหว่างพวกเธอทั้งสองคน
          ถึงอีกฝ่ายอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับน้ำหนึ่งแล้ว เธอค่อนข้างที่จะน้อยอกน้อยใจพอสมควร คนอื่นมักมองว่าหวงเพื่อนไปทำไม เขาอาจจะแค่อยากไปเที่ยวกับเพื่อนคนอื่นบ้างก็เท่านั้นเอง มิลินอยากจะบอกเหลือเกินว่าความรู้สึกของหล่อนมันมากกว่านั้น มากกว่าคำว่าเพื่อนไปมาก และที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้คงเรียกได้ว่าหึงเสียมากกว่า หล่อนบอกไม่ค่อยถูก เพราะไม่เคยมีอาการแบบนี้กับใครมาก่อน หากเวลาตกหลุมรักใครซักเข้าแล้วนั้น คนอื่นๆจะมีอาการแบบเดียวกับเธอมั้ยนะ? คล้ายมีผีเสื้อนับสิบบินว่อนอยู่ภายในให้หายใจไม่ทั่วท้อง
          “คุณหมี พรุ่งนี้ไม่ต้องรอเค้านะคะ” มือของคนตัวเล็กกว่าแตะลงบนไหล่ของเพื่อนสนิทแล้วลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆกัน โต๊ะทำงานอยู่ติดกันมันก็สะดวกคุยแบบนี้นี่แหละ ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้น้ำหนึ่งไม่ค่อยอยากจะคุยเท่าไหร่.. เนยเม้มริมฝีปากแน่นก่อนเลื่อนมือลงมาเรื่อยๆ ไล้ตามแขนไปหยุดที่ฝ่ามือชื้นเหงื่อของอีกฝ่าย ค่อยๆประสานเข้าด้วยกันกับมือของเธอ บีบเบาๆให้เขาหลุดตอบออกมา ซักคำก็ยังดี..
          “อื้ม”


:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:44:40
          แรงบีบที่มือนั้นทำให้มิลินตอบออกมาเพียงคำสั้นๆคำนึงอย่างไม่เป็นปกติ ดูเหมือนคนถามเองก็รู้สึกได้ว่าวันนี้เขาแปลกๆไป น้ำหนึ่งไม่ใช่คนพูดน้อย แถมเธอยังพูดได้เรื่อยๆ ตัดบทยังไงก็หาเรื่องมาต่อได้เสมอ คำตอบสั้นๆในครั้งนี้เลยถือเป็นเรื่องแปลกมากๆ ในชีวิตนี้เนยไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ แววตาของหล่อนวูบไหวไปตามการกระทำแสนเมินเฉยของอีกฝ่าย นวดคลึงมือคนตัวสูงเพื่อให้เขาผ่อนคลาย น้ำหนึ่งอาจจะเครียดจากงานที่กำลังทำอยู่ก็ได้ เอ่ยถามเสียงออดอ้อนแผ่วเบา
          “เป็นอะไรรึเปล่าคะ? วันนี้ทำไมเงียบจังเลย..”
          “เปล่าหรอก ไม่มีอะไร”
          นี่หรอไม่เป็นอะไร…
          กานต์ธีราขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นโบว์ จะไม่มีอะไรได้ยังไงล่ะ ตอนพูดเขาแทบไม่มองหน้าเธอเลย น้ำหนึ่งที่เธอรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้ อยากจะถามเพิ่มแต่เพราะเห็นเขาเริ่มเหนื่อยๆแล้วจึงไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ ในที่ทำงานแบบนี้ ถ้าหล่อนถามออกไปแล้วเกิดทะเลาะกันขึ้นมามันจะดูไม่ดี ถึงจะไม่เคยทะเลาะกับน้ำหนึ่งใหญ่โตก็ถอะ คงไม่คุ้มเท่าไหร่หากเราผิดใจกัน
          ‘ไว้ค่อยไปคุยกันที่บ้านก็ได้’
          ทว่าผิดคาด พอกลับถึงบ้านแล้วเนยกะจะจับหญิงสาวผู้อยู่ร่วมชายคาคนนี้มาคุยกันให้รู้เรื่อง เคลียร์ว่าอะไรทำให้เขาไม่ยอมคุยกับเธอก่อนแยกย้ายเข้าห้อง แต่หล่อนดันเร็วไม่ทันสาวผิวสีน้ำผึ้ง เจ้าตัวรีบเข้าห้องล็อคหนีไปเรียบร้อยแล้ว เนี่ย ปกติเป็นคนแบบนี้ที่ไหน มีปัญหาอะไรต้องมาคุยด้วยตลอด มิลินเคยบอกว่าถ้าเก็บเอาไว้มันอึดอัด คุยกันให้จบๆไปเลยจะดีกว่า
          “หรือเรื่องนี้มันพูดออกมาไม่ได้กันนะ..” หล่อนพึมพำเบาๆก่อนเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง
          ฝ่ายน้ำหนึ่งนั้นกำลังนอนแผ่อยู่บนเตียง เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย กลุ้มใจกับตัวเองที่เผลอทำนิสัยงี่เง่าใส่อีกคนไปซะแล้ว ด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างเนยไปสนิทกับคนอื่นมากกว่าตัวเอง มือถูกยกขึ้นมาลูบใบหน้าก่อนค่อยๆหลับตาลงอย่างอ่อนแรง วันนี้เจอศึกหนักทั้งวัน ไหนจะงาน ไหนจะเรื่องของคนที่อยู่ห้องข้างๆ หล่อนกัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือด ความรู้สึกถูกตีฟุ้งขึ้นมาอีกแล้ว
          อีกแล้ว..
          เป็นแบบนี้…อีกแล้ว..
          ทุกครั้งยามทอดสายตามองไปยังใบหน้าของเนยขณะพูดคุยและเดินกลับบ้านด้วยกัน ความรู้สึกแปลกๆที่หล่อนเลือกจะปัดมันทิ้งไปและไม่หยิบมาคิดอีกกลับตีรวนขึ้นมาจนยิ่งชัดเจนในห้วงความคิด เธอไม่อยากให้ความสัมพันธ์ดีๆระหว่างตัวเองกับเพื่อนสาวต้องพังทลายลงเพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว
          เนย..เธอกำลังทำให้เราคิดมากนะ..


:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:45:12
          หลายวันถัดจากนั้นกานต์ธราก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ อาจเพราะน้ำหนึ่งไม่ค่อยเข้ามาชวนคุยเหมือนเมื่อก่อน ถึงคุยก็ไม่ได้คุยยาวๆนานๆเช่นปกติ มาทำงานน้ำหนึ่งก็มาก่อนเสมอ กลับก็กลับทีหลังเหมือนจงใจหลบหน้า ทั้งๆที่โต๊ะทำงานติดกันแท้ๆ เขากลับเบี่ยงเบนความสนใจของเธอได้ชะงัดนัก พอจะชวนคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ทีไรก็มักจะโดนปัดหัวข้อทิ้งแล้วเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน ด้วยความช่างคุยของเพื่อนคนนี้แล้วทำให้บทสนทนาวกกลับมาเรื่องที่เนยจะชวนคุยไม่ได้เลย หญิงสาวผมสีเข้มทำได้แค่ถอนหายใจด้วยใบหน้าผิดหวังลึกๆ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอัตโนมัติ หล่อนมีเขาอยู่ข้างๆจนเคยชิน พอถึงวันที่อีกคนทำตัวแปลกไปเช่นนี้แล้ว เธอก็ไม่รู้จะทำยังไง

          เมื่อไหร่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมคะ..

          คุณหมี..

          ในช่วงที่ความสัมพันธ์ของพวกเธอทั้งคู่กำลังระหองระแหง หลังเลิกงานและเนยกลับไปแล้ว น้ำหนึ่งมักจะแวะไปซื้อกาแฟไม่ก็พวกสมูทตี้ติดมือกลับบ้านที่ร้านกาแฟใต้ออฟฟิศทุกครั้ง(สมูทตี้ซื้อให้เนย หล่อนชอบน้ำผลไม้มากกว่ากาแฟรสขมไม่น่าอภิรมย์ลิ้น) มาบ่อยจนเจ้าของร้านจำหน้าได้ บางทียังชวนคุยด้วย จนตอนนี้เธอกับเจ้าของร้านเริ่มสนิทและพอเล่าอะไรต่อมิอะไรให้ฟังได้บ้างแล้ว ก็คล้ายๆปรึกษาปัญหาชีวิตนั่นแหละ

          กรุ๊งกริ๊ง..

          เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูร้านดังขึ้นเมื่อหญิงสาวเปิดประตู ขาทั้งสองก้าวเข้าไปเหมือนปกติถ้าไม่ติดว่าสิ่งที่เจอตรงหน้าหลังพ้นขอบประตูทำให้ขาหยุดชะงัก ตาของมิลินเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อว่าเธอจะมาเห็นภาพตรงหน้านี้ ตอนนี้ และเวลานี้

          คุณเจ้าของร้านคนเก่งอย่างพัศชนันท์กำลังจูบกับคุณอิสราภาจากแผนกBอยู่น่ะสิ

          มือของน้ำหนึ่งค้างอยู่ในท่านั้น ไม่คิดว่าตัวเองจะเข้ามาเจออะไรแบบนี้ในร้าน แวะเข้ามาบ่อยๆก็มักจะเห็นตาหวานนั่งเล่นสมาร์ทโฟนรอรปิดร้าน ตอนแรกก็นึกว่าแค่เพื่อนเฉยๆ เห็นกลับบ้านทางเดียวกัน ไม่นึกกว่าที่จริงแล้ว…..

          สองคนนี้แอบคบกัน?..

          คล้ายว่าคนตัวสูงกว่าจะเหลือบตามาเห็นน้ำหนึ่งพอดีเลยรีบผละริมฝีปากออกพร้อมกับตัวที่ขยับออกห่างจากการอิงแอบแนบชิดหญิงสาวตัวเล็กกว่าอยู่เมื่อครู่ หล่อนหันมามองมิลินแล้วก็ได้แต่ส่งยิ้มแหยพร้อมกับหัวเราะแห้งๆไปให้
          “หวัดดีน้ำหนึ่ง..”



:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:46:13
          “คบใครไม่เคยบอกเพื่อนอะอร”

          “ขอโทษๆ ก็ตาหวานอยากคบเงียบๆนี่นา” อรพูดขณะที่กำลังวุ่นอยู่กับกาแฟที่น้ำหนึ่งสั่ง มีตาหวานนั่งเกาะเคาท์เตอร์ดูเงียบๆด้วย หน้างี้บูดเชียว เมื่อกี้กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแท้ๆแต่ดันโดนเพื่อนเจ้าของร้านมาขัด…

          “ฉันก็บอกพี่แล้วว่ารอให้ถึงบ้านก่อน” หญิงสาวผมน้ำตาลเปลือกไม้พูดเสียงติดออกจะงอนๆ ริมฝีปากถูกกัดอย่างขัดใจ สัมผัสอุ่นวาบยังคงติดตรึงอยู่ไม่จางหาย อรนะอร ทำไมถึงเป็นคนร้ายแบบนี้กัน อิสราภาเกยคางของหล่อนบนเคาท์เตอร์ไปเสียแล้วในตอนนี้ ถ้าเลื้อยได้คงจะเลื้อยไปแล้ว อรก็ทำได้แต่หัวเราะแห้งๆ ไม่รู้จะจัดการกับคนรักยังไงดี ตาหวานอารมณ์ไม่ดีทีไรมีโอกาสนอนนอกห้องสูงมากๆ..

          พี่ขอโทษนะตาหวาน..

          มิลินส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอาในความกลัวเมียของเพื่อนสนิท ก่อนสะดุดในใจว่า อรมีคนรักอยู่แล้วแบบนี้ คงให้คำปรึกษาเธอได้เรื่องกว่าไปคุยกับพวกเพื่อนๆในแผนกหรือเพื่อนคนอื่นแน่ๆ คำตอบน่าจะเป็นที่พึงพอใจอยู่ ตาหวานก็นั่งอยู่ตรงนี้ หล่อนอาจช่วยได้เหมือนกัน เขาเลยเอ่ยปากถามออกไป

          “อร สมมตินะว่าถ้าเรารู้สึกกับใครคนนึงมากกว่าเพื่อน แต่เราคิดว่าตัวเองคงก้าวข้ามเส้นที่ขีดไว้ว่าเฟรนด์โซนไม่ได้เนี่ย เราควรจะทำยังไง?” เผลอถามไปซะยาวก่อนรู้สึกตัว “เอ่อ..เพื่อนฉันเอามาปรึกษาน่ะ”

          แต่เหมือนจะไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่ ทั้งอรทั้งตาหวานลอบยิ้มพอดีกับที่แก้วกาแฟของน้ำหนึ่งถูกเลื่อนมาวางอยู่ตรงหน้าคนสั่ง พัศชนันท์ลากเก้าอี้มานั่งคุยด้วยที่หน้าเคาท์เตอร์ ดูท่าแล้วบทสนทนานี้น่าจะลากยาวแน่ๆ ร้านคงต้องปิดเลทกว่าปกติเสียหน่อย ไหนๆวันนี้ตาหวานก็ไม่ทำโอทีด้วยแล้ว

          หลังคุยกันเสร็จแล้วทั้งสามก็แยกย้ายกันกลับบ้าน อรกับตาหวานกลับทางเดียวกัน รู้สึกว่าวันนี้คุณเจ้าของร้านกาแฟจะไปนอนค้างที่บ้านแฟนสาว มิลินได้ยินแล้วก็อยากกลอกตาเป็นเลขหนึ่งไทย คู่ข้าวใหม่ปลามันนี่น่าหมั่นไส้เหมือนสองคนนี้ทุกคู่รึเปล่าเนี่ย..

:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:46:45
          วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่มิลินกลับบ้านดึก พักหลังๆมานี้เขามักกลับช้าเสมอ ไม่ห้าทุ่มก็เที่ยงคืน เนยนั้น แม้อยากจะรอมากแค่ไหนก็ตาม แต่เธอทนพิษความง่วงของตัวเองไม่ค่อยไหวเท่าไหร่จึงข้านอนไปก่อน ซึ่งมันไม่ส่งผลดีต่อตัวหล่อนเลยซักนิดแล้ว ช่วงนี้ไม่ได้คุยกับน้ำหนึ่งเหมือนขาดอะไรไป จากที่เหนื่อยอยู่แล้วกลับยิ่งเหนื่อยมากขึ้นไปอีก กำลังใจที่มักได้รับจากคนตัวสูง ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว

          น้ำหนึ่งกลับมาถึงบ้านก็จัดการเข้าไปเก็บของในห้อง ก่อนที่จะลงมานั่งกินขนมปังซึ่งซื้อติดมือมาด้วยตอนขากลับ วันนี้แปลก ไฟห้องเนยยังเปิดเอาไว้อยู่ แต่เขาไม่ได้ให้สนใจมันเท่าไหร่ กัดขนมปังคำโต ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นมองตรงไปยังจอสี่เหลี่ยมด้านหน้า เช็คข่าวสารไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จักเบื่อ ทำงานมาทั้งวันแล้ว ต้องปล่อยตัวปล่อยใจให้ผ่อนคลายบ้างเสียหน่อย

          ถ้าไม่ติดว่าอยู่ๆเนยก็ลงมาจากห้องเงียบๆแล้วลากเก้าอี้มานั่งด้วย

          “คุณหมี ช่วงนี้เป็นอะไรคะ หลบหน้าเค้าหรอ?” หล่อนพูดเสียงเบา มือแตะที่แขนของมิลินเอาไว้เหมือนต้องการบอกกลายๆว่าให้หยุดเล่นคอมมาคุยกันก่อน แน่นอนว่าเจ้าของคอมนั้นยอมทำตามแต่โดยดี ค่อยๆเคลื่อนใบหน้าหันมาสบตากันตรงๆ ลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ ขนมปังยังกินไม่หมดเลย..

          “เปล่า..แค่ช่วงนี้งานมันเยอะกว่าปกตินิดหน่อย ก็เคยบอกไปแล้วนี่นาเนย..”

          สาบานว่านี่เป็นครั้งแรกที่น้ำหนึ่งเห็นเนยทำหน้าไม่ค่อยพอใจตอนคุยกับเธอ ก็ไม่ได้พูดอะไรผิดนี่นา งานมันเยอะจริงๆ ชิ้นเก่าเสร็จชิ้นใหม่ก็เข้ามา แทนที่กันไม่มีหยุดหย่อนให้มิลินหัวหมุนเป็นว่าเล่น แต่เหหญิงสาวตรงหน้าจะไม่ค่อยเชื่อคำพูดของเจ้าของบ้านเสียเท่าไหร่ มือที่แตะอยู่บนแขนของน้ำหนึ่งออกแรงบีบเบาๆ เสียงถอนหายใจดังแผ่วมาจากคู่สนทนา ความเงียบโรยตัวลงมาท่ามกลางหญิงสาวทั้งสอง มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศและซีพียูคอมพิวเตอร์ที่ดังอยู่ จนกระทั่งเนยทำลายความเงียบนั้นลงอีกครั้ง

          “อึดอัดหรอคะ? ที่อยู่กับกับเค้า..”

          น้ำเสียงออกตัดพ้อ หากนี่เป็นก่อน น้ำหนึ่งคงรีบตอบว่าไม่ใช่แน่ๆ เธอแคร์ความรู้สึกของคู่สนทนาคนนี้มากแค่ไหน เธอรู้ดีอยู่แก่ใจ ไม่อยากเห็นหล่อนทำหน้าเศร้าเลยซักนิด ทว่าตอนนี้กลับลังเล จะว่าอึดอัดมั้ย มันก็อึดอัดนั่นแหละ ไม่ใช่เพราะตัวเนยแต่เป็นที่ตัวน้ำหนึ่งเองที่ทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองดูห่างเหินหนักข้อขึ้นกว่าเดิม

          “อือ..เปล่าหรอก ไม่ได้อึดอัด”

          “ก็แค่มีอะไรหลายๆอย่างให้คิดน่ะ เราก็แค่อยากอยู่กับตัวเองให้มากขึ้นเท่านั้นเอง เนยไม่ต้องห่วงหรอก อีกไม่นานเดี๋ยวเราก็กลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว”

          ถ้าเนย..ยังต้องการเราอยู่ล่ะก็นะ

:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่23
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 10
ชื่อเสียง0
สตางค์42
Donate0
เครดิต52
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 01:47:10
          หลังจากนั้นมิลินก็พยายามกลับมาทำตัวปกติ แต่มันยังคงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดีขึ้นไม่ได้เลย กานต์ธีราใช่ว่าเป็นคนที่ไม่มีความอดทน หล่อนอยู่กับบรรยากาศหนักอึ้งแบบนี้มานานแล้วจนในที่สุดฟางเส้นสุดท้ายจึงขาดสะบั้นลง

          เนยขอย้ายออก

          หล่อนไม่ได้ย้ายออกจากบ้านของน้ำหนึ่งอย่างเดียว หากแต่ยังทำเรื่องขอย้ายสาขางานที่ตัวเองทำไปที่อื่นด้วย ทุกอย่างที่เนยทำนั้นตรงกับสิงที่มิลินคิดเอาไว้เกือบหมด ใครมันจะไปทนอยู่กับบรยากาศน่าอึดอัดนี้ได้กันเล่า จริงมั้ย?

          น้ำหนึ่งยังคงทำทุกอย่างเป็นปกติเหมือนดั่งเช่นเคย ตื่น อาบน้ำใส่เสื้อผ้าไปทำงาน วันแรกที่รู้ว่าเนยขอย้ายสาขางานนั้นเธอแทบไม่เชื่อหู ไม่มีทางที่กานต์ธีราผู้รักบริษัทแม่คนนั้นจะขอย้ายไปทำที่อื่น แต่ไปห้ามตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ในเมื่อเนยทำเรื่องย้ายไว้นานก่อนที่เธอจะรู้ซักพักได้ วันที่น้ำหนึ่งรับรู้ก็คือวันที่เนยมาเก็บของเพื่อย้ายไปทำงานยังสาขาอื่น

          พอเจออร ตอนแรกก็โดนทักเหมือนกันว่ากับเนยเป็นยังไงบ้าง หล่อนจึงเล่าออกไปตามความจริงว่าเนยย้ายออกไปทำงานที่สาขาอื่นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว นั่นทำให้อรเลิกคิ้ว ประหลาดใจ แต่เขาทำได้แต่ปลอบเพื่อนเท่านั้น

          ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่น้ำหนึ่งไม่ได้เล่าให้เนยฟัง

          รวมถึงความรู้สึกซึ่งถูกเก็บเอาไว้ภายในใจนี้ก็ด้วย

          หล่อนได้แต่หวังว่าซักวันจะได้พูดมันออกไป

          พูดคำว่า ‘รัก’ ออกไปได้อย่างเต็มปากเสียที

:: ข้าคือ OTA ::

สมาชิกคนที่3
เพศ ไม่ระบุ
กระทู้ 1
โพสต์ 8
ชื่อเสียง0
สตางค์30
Donate0
เครดิต38
ออนไลน์11
สถานะออฟไลน์


โพสต์ 2018-2-24 02:29:45
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kgwns เมื่อ 2018-2-24 20:51

มาดิทช้าไปมั้ยคะ555555555+ สงสารมิลินจังค่ะแต่ก็ยังงงว่าสรุปอ๊บคิดอะไรกันแน่สรุปคบกับปัญยังนะ ฮืออ่านแล้วสงสารมิลินจริงๆค่ะ ติดตามไรท์นะคะเป็นกำลังใจให้
หน้าถัดไป »
12ถัดไป
กลับไป ตั้งกระทู้
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้